ประเภทของเครื่องสำอาง

สารสกัด Dong Quai

ประเภทของเครื่องสำอาง

ประเภทของเครื่องสำอาง เครื่องสำอางเครื่องสำอาง หมายความว่า สินค้าสิ่งปรุงเพื่อจะใช้บนผิวหนัง หรือส่วนใดส่วนหึ่งของร่างกาย โดยใช้ทา ถู นวด พ่น หรือโรย มีจุดหมายเพื่อทำความสะอาด หรือสนับสนุนให้เกิดความสวยสดงดงาม หรือเพื่อปรับเปลี่ยนภาพรูปพรรณ คำว่า cosmetics มีรากศัพท์มาจากถ้อยคำกรีกว่า kosmetikos ซึ่งมีความหมายว่า ตกแต่งให้เกิดความงดงามงามเพื่อที่จะดึงดูดความ.ให้ความสนใจจากผู้พบเห็น ( คำว่าkomosแสดงว่า เครื่องปเกรด) โดยในยุคแรกๆนั้น ใช้เครื่องสำอางเพราะความจำเป็น เพื่อให้เหมาะกับสิ่งแวดล้อมหรือธรรมชาติ

เครื่องสำอาง สวยอย่างปลอดภัย | สาขาชีววิทยา        เกิด และ ความก้าวหน้า เท่าที่ปรากฎเกณฑ์ในโบราณคดี สันนิษฐานว่าอาจมีการใช้เครื่องหอมในพิธีศาสนา เพื่อ บูชาพระเจ้าโดยการเผา  การขยายตลาด ใช้น้ำมันพืชทาตัวหรือใช้อาบศพเพื่อไม่ให้เน่าเปื่อย มีการแลกแปลงค้าขายกันจากประเทศพระอาทิตย์ออก และใช้เครื่องหอมนี้ไม่ต่ำลงยิ่งกว่า 5000 ปี เชื่อวาอียิปต์เป็นชาติแรกที่รู้จักดีศิลปะการตกแต่งและการใช้เครื่องสำอางและแพร่ไปถึงแลสซีเรีย บาบีโลน เปอร์เซียและกรีก เมื่อคดังที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชได้ยกทัพเข้ายึดประเทศอียิปต์ ประเทศในยุโรปน้อย ตลอดจนกระทั่งกรีก ทำให้ความเข้าใจเครื่องสำอางแพร่หลาย ศูนย์การของความเจริญอยู่ที่เมืองอเล็กซานเดรีย กระทั่งยุคจูเลียส ซีซาร์รบชนะกรีก ก็ได้เช่นกันรับศิลปวิทยาการต่างๆมาจากกรีก ศูนย์การของศิลปวิทยาการต่างๆได้ย้ายมาอยู่ที่กรุงโรม ประเภทของเครื่องสำอาง  เกิดการอาบน้ำหอม ในระยะที่โรมันกำลังรุ่งเรือง ซีซาร์ได้ยกกองทัพไปตีอียิปต์ซึ่งมีพระนางคลีโอพัตราเป็นราชินี เคยชินกรรมวิธีการใช้ศิลปะการตกแต่งใบหน้าและร่างกาย ส่งผลให้การใช้เครื่องสำอางเป็นที่แพร่หลายๆเพิ่มขึ้น ในคริสต์ศตวรรษที่ 2 Galen บิดาแห่งเภสัชกรรม กายวิภาค อายุศาสตร์และปรัชญา ได้ประดิษฐ์coldcreamขึ้นเป็นครั้งแรก ต่อจากนั้น เมื่อจักรวรรดิโรมันอ่อนกำลังลง ประเทศที่นำหน้าเรื่องเครื่องสำอางคือชาวต่างชาติเศส และมีสเปนเป็นคู่ปรปักษ์

ความหมายของเครื่องสำอางความหมายของเครื่องสำอาง ประเภทของเครื่องสำอาง  มีหลากหลายแบบ ขึ้นอยู่กับผู้ให้ความหมายว่ามีความต้องการสื่อหรือมีวัตถุประสงค์เช่นไรโดยมีหลักการและรากฐานสำหรับในการให้คำนิยามดังต่อไปนี้

1. Cosmetics Science and Technology โดย Edward Sagarin พิมพ์ครั้งที่ 1 หน้า 4 – Articles intended to be rubbed, pour, sprinkle, or sprayed on, introduced into, or otherwise applied to the human body or any part thereof for cleansing, beautifying promoting attractiveness, or altering the appearance, and- Articles intended for use as a component of such any article, except that the term shall not include soap.

2. หนังสือมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม (มอก. 152-2518) กฏเกณฑ์ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ได้ให้คำจำกัดความเครื่องสำอางว่า เครื่องสำอางคือว่า :- ผลิตภัณฑ์สิ่งปรุงเพื่อจะใช้บนผิวหนังหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายมนุษย์ โดยถู ทา พ่น หรือ โรย ฯลฯ อย่างเช่นสำหรับการทำความสะอาดป้องกัน แต่งเสริมเพื่อจะความงดงาม หรือปรับเปลี่ยนรูปรูปพรรณ- สิ่งอะไรก็ตาม ที่ใช้เป็นส่วนผสมในสินค้าสิ่งปรุงที่พูดมาแล้วข้างต้น

3. หนังสือพิมพ์เภสัชกรรม สมัยสยาม ปีที่สิบห้า เล่มสาม พฤษภาคม ถึง มิถุนายน พ.ศ.2505 ได้ให้คำอธิบายศัพท์ว่า เครื่องสำอาง ซึ่งก็คือ ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดทุกอย่างที่มีความมุ่งมั่นหรือจงใจสร้างขึ้นมาสำหรับใช้กับบุคคลใดโดยตรง เพื่อจะความมุ่งหมายสำหรับการทำความสะอาด หรือการทำให้มีการเกิดความสวยงามโดยยิ่งไปกว่านั้น ภายใต้กฎที่ต้องปฏิบัติตามหมายสั่งงานอาหาร ยา และเครื่องสำอางของสหรัฐอเมริกา ความหมายครอบคลุม ยาและสารต่างๆ ที่ใช้เพื่อสำหรับการผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ด้วย ซึ่งจึงต้องควรถูกสั่งการตามระเบียบหมาย และในแง่ทำงานหรือเทคนิคและวิธีต่างๆ ที่จะใช้ในการผลิตเครื่องสำอาง รวมทั้งเคล็ดวิธีรักษาและอุปกรณ์เครื่องใช้เพื่อสำหรับการทำความสะอาดร่างกายและการกระตุ้นให้เกิดความงดงามที่ใช้ในร้านรวงเสริมสวยด้วย

4. พระราชบัญญัติ เครื่องสำอาง พ.ศ.2517 เครื่องสำอางคือว่า1. วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ ทา ถู นวด โรย พ่น หยอด บรรจุ อบ หรือด้วยอื่นใด ต่อส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายเพื่อความสะอาด ความสวยงาม หรือส่งเสริมให้สวย ตลอดจนเครื่องประทินผิวต่างๆ ด้วย2. วัตถุที่มุ่งหมายเพื่อใช้เป็นส่วนที่นำมาคลุกเคล้าในการผลิตเครื่องสำอางโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หรือ3. วัตถุอื่นที่ระบุโดยกฎระเบียบกระทรวงให้เป็นเครื่องสำอาง

ประโยชน์ของเครื่องสำอาง

1. ช่วยตกแต่งให้ผิวชมเนียนและผุดผ่องขึ้น ดังเช่นว่า แป้งแต่งหน้า ดินสอเขียนคิ้ว ครีมต่างๆ

2. ช่วยทำความสะอาดรักษาอนามัยและสุขภาพผิวของปากและฟัน ดังเช่น สบู่และยาสีฟัน

3. ช่วยกลบเกลื่อนให้แลชมเป็นธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น กลบฝ้าและไฝต่างๆ

4. ช่วยตกแต่งทรงผมใแขวนู่ทรง และสวยงามตามมีความต้องการที่จะ

5. ช่วยทำให้สะดวกและสบายผิว แก้ความอับชื้น อาทิเช่น แป้งฝุ่นโรยตัว

6. ส่งผลให้ดวงใจสดชื่น สัมผัสผ่อนคลาย เนื่องจากกลิ่นหอมของเครื่องสำอาง

จำพวกของเครื่องสำอางเครื่องสำอาง

สามารถแยกแยะได้เป็นหลายหมวดหมู่ แต่โดยธรรมดานิยมจะจำแนกเป็นชนิดใหญ่ๆ ได้ 2 ชนิด คือ

1. เครื่องสำอางที่ไม่ได้ใช้แต่งสีของผิว เครื่องสำอางประเภทนี้ ใช้ในลัษณะของการทำความสะอาดผิวหนัง หรือใช้เพื่อคุ้มครองผิวหนังไม่ให้เกิดอันตรายจาสิ่งแวดล้อม เครื่องสำอางประเภทนี้อย่างเช่น สบู่ แดูพู ครีมล้างหน้า ครีมกันผิวแตก น้ำยาช่วยกระชับผิวให้ตึง เป็นต้น

2. เครื่องสำอางที่ใช้แต่งสีผิวเครื่องสำอางชนิดนี้ ใช้ในลัษณะของการแต่งสีของผิวให้มีสีสดสวยขึ้นจากผิวธรรมชาติที่เป็นอยู่ ดังเช่น แป้งแต่งผิวหน้า ลิปสติก รู้ช ฯลฯ

เครื่องสำอางที่เผชิญในท้องตลาดอาจจะแยกประเภทออกเป็น 10 ประเภท ดังนั้น

1. เครื่องสำอางสำหรับผิวหนัง เช่นa. ครีมทาผิวb. สินค้าขจัดสิวc. ผลิตภัณฑ์ขจัดสีผิวและกำจัดฝ้าd. สินค้าระงับเหงื่อและกำจัดกลิ่นตัวe. สินค้าคุ้มครองปกป้องแสงแดดf. ผลิตภัณฑ์คุ้มครองป้องกันแมลงกัดต่อย
2. เครื่องสำอางเพื่อผมและขน อาทิเช่นa. แชมพูและครีมนวดผมb. ผลิตภัณฑ์ตกแต่งผมc. สินค้าสำหรับโกนหนวดและขจัดขน
3. เครื่องสำอางเพื่อแต่งตาและคิ้ว
4. เครื่องสำอางสำหรับแต่งลักษณะa. สินค้าพอกและลอกหน้าb. สินค้ากลบเกลื่อนc. ผลิตภัณฑ์รองพื้นแต่งหน้าd. แป้งผัดหน้าและแป้งโรยตัว
5. เครื่องสำอางเพื่อแต่งแก้ม
6. เครื่องสำอางเพื่อแต่งปาก
7. เครื่องสำอางเพื่อทำความสะอาดผิวปาก และฟันa. ครีมล้างหน้าและครีมล้างมือb. ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก
8. เครื่องสำอางเพื่อเล็บ
9. เครื่องสำอางสำหรับเด็ก
10. สินค้าน้ำหอม

ตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2535 ได้กระทำแบ่งประเภทและชนิดของเครื่องสำอางออกเป็น 3 ชนิด

ตามสารที่ใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญในตำรับคือ

(1) เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ : เป็น เครื่องสำอางที่อาจจะมีผลเสียหรือมีเรื่องที่ไม่คาดฝันสูง กฎระเบียบหมายกำหนดให้ต้องกำกับชมแลมากกว่าหมู่อื่น โดยควรต้องขึ้นทะเบียน เมื่อได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนเครื่องสำอางควบคุมพิเศษแล้ว จึงจะผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายได้

(2) เครื่องสำอางสั่งการ : เป็น เครื่องสำอางที่คงมีผลต่อหรือมีเหตุบังเอิญบ้าง แต่ต่ำลงมากยิ่งกว่าเครื่องสำอางกำกับการพิเศษ การกำกับดูแลจึงลดลำดับชั้นลงมาเป็นการแจ้งเนื้อหาต่อสำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยา ไม่ต่ำลงมากยิ่งกว่า 15 วันก่อนผลิตหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร เครื่องสำอางควบคุมมี 2 ใบหน้า คือ
(2.1) กำหนดประเภทของเครื่องสำอางที่เป็นเครื่องสำอางควบคุม เป็นต้นว่า ผ้าอนามัย ผ้าเย็นหรือกระดาษเย็น แป้งฝุ่นโรยตัว และแป้งน้ำ
(2.2) ระบุสารบังคับการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เป็นต้นว่า
· สารคุ้มครองแสงแดด ที่ประกาศเป็นสารควบคุมมี 19จำพวก ดังเช่นว่า ออกซีเบนโซน (oxybenzone), เอททิลเฮกซิล พาราเมททอกซี ซินนาเมท (ethylhexyl p-methoxy cinnamate) ฯลฯ
· สารกำจัดรังแค ที่ประกาศสั่งงานมี 3 ประเภท ดังเช่นว่า ซิงก์ไพริไทโอน(zinc pyrithione), ไพรอกโทนโอลามีน(piroctone olamine) และคลิมบาโซล (climbazole)

(3) เครื่องสำอางทั่วไป : เป็นเครื่องสำอางที่ไร้ส่วนผสมของสารสั่งการพิเศษและสารบังคับการซึ่งกฎระเบียบสำหรับในการผลิตและนำเข้า มีฉะนั้น
(3.1) ผลิตในประเทศ จำเป็นต้องจัดการทำฉลากถ้อยคำไทยให้มีเนื้อความครบถ้วนและถูกต้องแม่นยำตามที่หลักเกณฑ์หมายชี้เฉพาะ
(3.2) นำ เข้าจากต่างประเทศ จึงควรส่งมอบหลักฐานการคลุกเคล้ากันการนำเข้าและจึงควรจัดทำฉลากถ้อยคำไทยให้มีเนื้อความ ครบถ้วนและแม่นยำตามที่หลักเกณฑ์หมายกำหนดภายใน30 วัน ภายหลังได้รับการตรวจปลดปล่อยให้เข้ามาในราชอาณาจักร

สนใจผลิตภัณฑ์ของเรา คลิก https://page.line.me/brandsolutions?openQrModal=true

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก https://brandsolutionsthailand.com/

กลับหน้าหลัก https://oembrandsolutions.com/

เราพร้อมให้บริการลูกค้าทุกท่านตั้งแต่ต้นจนจบครบในที่เดียว!!

ใครที่กำลังมองหาช่องทางทำเงินมหาศาล และเป็นที่นิยม รวมทั้งตรงกับความต้องการของตลาด อย่าพลาด พร้อมช่วยคุณคว้าเงินล้าน และเนรมิตกำไรก้อนโตไว้ในบัญชีของคุณ !!!

ฝ่ายขายและการตลาด
(OEM Sales & Marketing)

กดเพิ่มเพื่อนแชท
เข้ามาสอบถามกันได้ที่

บทความที่น่าสนใจ