รับผลิตเซรั่ม  ไม่เฉพาะแต่มีคุณลักษณะช่วยเพิ่มความชื้นแก่ผิว แม้กระนั้นยังช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ช่วยปรับให้สีผิวให้บ่อย รวมทั้งฟื้นฟูผิวกระด้างให้เนียนนุ่ม แต่ในท้องตลาดปัจจุบันนี้มีครีมบำรุงหลายแบบให้เลือกใช้ ผู้หญิงจำเป็นต้องเลือกใช้ครีมบำรุงที่ดีแล้วก็เหมาะกับสภาพผิวของตนด้วย เพื่อสมรรถนะสูงสุดสำหรับเพื่อการดูแลผิวพรรณ

รับผลิตเซรั่มครีมบำรุงเป็นอะไร ?

ครีมบำรุง คือ สินค้าเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ช่วยฟื้นฟูผิวแห้งกร้าน ปรับสีผิวให้บ่อย คุ้มครองผิวจากสิ่งสกปรกด้านนอก บรรเทาอาการผิวหนังอักเสบจำพวกไม่ร้ายแรง ลดลางเลือนริ้วรอยร่องตื้น และก็ช่วยทำให้ภาวะผิวก่อนลงเครื่องแต่งตัว ครีมบำรุงจึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่สาวๆควรที่จะใช้และก็มีติดตัวไว้

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรจะเลือกครีมบำรุงที่เหมาะสมกับลักษณะผิวของตนเอง โดยครีมบำรุงที่ขายตามตลาดมีหลากหลายประเภทและก็แบบ ทั้งโลชั่น สเปรย์ ครีม รวมทั้งขี้ผึ้ง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

  1. โลชั่น เหมาะสมกับผิวที่มีขนดกหรือผิวบริเวณที่เป็นผื่นผิวหนังอักเสบ เนื่องจากโลชั่นมีเนื้อบางเบา ทำให้เกลี่ยได้ง่าย แม้กระนั้นมีความเข้มข้นออกจะน้อย
  2. ครีม เนื้อครีมมีลักษณะไม่มันเยิ้มจนเกินความจำเป็นและก็สามารถซึมไปสู่ผิวได้รวดเร็วทันใจ ก็เลยเหมาะสำหรับใช้ทาระหว่างวัน
  3. สเปรย์ เหมาะกับฉีดพ่นผิวบริเวณที่เข้าถึงได้ยาก และผิวที่มีลักษณะอาการอักเสบหรือติดโรคซึ่งไม่สมควรใช้มือสัมผัส
  4. ขี้ผึ้ง เหมาะกับผิวแพ้ง่ายและก็ผิวแห้งหยาบ เพราะโดยมากครีมประเภทนี้ไม่มีส่วนผสมของสารกันบูดรวมทั้งยังมีความเข้มข้นสูงด้วย เมื่อชโลมลงบนผิวอาจจะเป็นผลให้รู้สึกมันและลื่น จะต้องใช้ก่อนไปนอนและไม่ควรที่จะใช้กับผิวรอบๆที่เป็นผื่นผิวหนังอักเสบ

รับผลิตเซรั่ม

ในขณะนี้มีครีมบำรุงให้เลือกใช้หลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้ออาจมีสี กลิ่น และสารบางชนิดไม่เหมือนกัน แต่ว่าโดยทั่วไปมักประกอบด้วยส่วนผสมตั้งแต่นี้ต่อไป

  • น้ำ ผู้คนจำนวนมากบางทีอาจคิดว่าครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของน้ำมันจำนวนมากจะช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งเจริญ แม้กระนั้นจริงๆแล้วน้ำมันมิได้ช่วยให้ผิวเปียกชื้นขึ้นได้ราวกับน้ำ เพราะผิวแห้งด้านเป็นผลมาจากการขาดน้ำ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำปริมาณมากจึงมีประสิทธิภาพมากยิ่งกว่าสำหรับในการเพิ่มความชื้นแก่ผิว ซึ่งครีมบำรุงส่วนมากเป็นสารประกอบระหว่างน้ำกับน้ำมัน เนื่องจากว่าน้ำจะระเหยไปอย่างรวดเร็วเมื่อทาลงบนผิว จึงจำต้องมีน้ำมันช่วยโอบอุ้มน้ำเอาไว้ให้ผิวดูดซึมน้ำในครีมได้มากขึ้น
  • สารปกป้องการระเหยของน้ำ เป็นส่วนประกอบที่ช่วยให้น้ำในครีมบำรุงระเหยช้าลง เช่น น้ำมันปิโตรเลียม เซตทิลแอลกอฮอล์ (Cetyl Alcohol) ลาโนลิน (Lanolin) น้ำมันก๊าด (Paraffin) เลซิทิน (Lecithin) กรดสเตียริก (Stearic Acid) น้ำมันจากธาตุ (Mineral Oil) และซิลิโคน ฯลฯ ส่วนโลชั่นที่มีไว้สำหรับบำรุงผิวที่อ้างถึงว่าไม่มีส่วนผสมของน้ำมันคือผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำมันจากแร่แล้วก็น้ำมันจากพืช แม้กระนั้นบางทีอาจใช้ซิลิโคนเป็นสารป้องกันการระเหยของน้ำแทน
  • สารดูดความชื้น มีคุณลักษณะดูดความชื้นจากอากาศและก็ชั้นหนังแท้มาไว้ที่ชั้นผิวหนังชั้นนอก ได้แก่ กลีเซอรีน (Glycerin) น้ำผึ้ง วิตามินบี 5 ซอร์บิทอล (Sorbitol) รวมทั้งยูเรีย (Urea) ฯลฯ แต่ สารดังกล่าวมาแล้วข้างต้นอาจจะเป็นผลให้ผิวแห้งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆหากผิวหนังชั้นนอกไม่อาจจะกักเก็บน้ำที่ซึมซับมาได้ จึงจำเป็นที่จะต้องมีสารปกป้องการระเหยของน้ำช่วยโอบอุ้มน้ำไว้ที่ผิวหนังชั้นนอกด้วย
  • สารฉาบร่องผิวหนังข้างบน เป็นสารที่ช่วยทำให้ผิวเรียบลื่น ซึ่งซิลิโคนและก็สารดูดความชุ่มชื้นบางชนิดในครีมบำรุงก็อาจมีคุณสมบัติช่วยฉาบร่องผิวหนังข้างบนได้เช่นกัน
  • วิตามิน กรดเรทิโนอิก (Retinoic Acid) เป็นวิตามินเอชหน่อยเดียวที่มีคุณสมบัติช่วยลดเลือนริ้วรอยโดยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจน แต่ว่าผู้ประกอบกิจการบางรายบางทีอาจใช้วิตามินเอในรูปของเรทินิลปาล์มมิเทต (Retinyl Palmitate) ซึ่งไม่มีคุณลักษณะลดลางเลือนริ้วรอยแต่ว่าปฏิบัติภารกิจเหมือนสารดูดความชุ่มชื้น แล้วก็ครีมบำรุงบางแบรนด์อาจมีวิตามินซีหรือวิตามินอีเป็นส่วนประกอบ เนื่องจากเชื่อว่ามีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระที่บางทีอาจเกิดผลดีต่อผิว อย่างไรก็ตาม สิ่งแวดล้อมข้างนอกก็อาจก่อให้คุณภาพในการบำรุงผิวของวิตามินอีกทั้ง 2 ประเภทนี้ต่ำลงไปได้ด้วยเหมือนกัน
  • เมนทอล สารจำพวกนี้มักเป็นองค์ประกอบในครีมบำรุงที่มีคุณประโยชน์บรรเทาอาการคัน ด้วยเหตุว่าให้ความรู้สึกเย็นข้างหลังทาซึ่งบางทีอาจช่วยลดอาการคันได้

การเลือกใช้ครีมบำรุงให้เหมาะสมกับสภาพผิว

  • ผิวทั่วๆไป หากผิวไม่มันและไม่แห้งกระทั่งเกินไป ควรเลือกใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำแล้วก็ซิลิโคนชนิดเบา เป็นต้นว่า ไซโคลเมทิโคน (Cyclomethicone) เพราะเหตุว่ามีเนื้อบางเบาและไม่เหนียวเหนอะหนะ
  • ผิวมัน หลายๆคนมองว่าผิวมันไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ครีมบำรุง แต่ผู้ที่มีผิวมันควรที่จะใช้ครีมบำรุงเพื่อคุ้มครองผิวข้างหลังล้างหน้าล้างตาหรือใช้สินค้าใดๆที่ทำให้ผิวสูญเสียความชื้น โดยเลือกครีมเนื้อโลชั่นที่กำหนดไว้ว่าไม่ตันรูขุมขน เพื่อลดโอกาสการเกิดสิว
  • ผิวแห้ง เหมาะกับครีมบำรุงที่มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำมัน แล้วก็ควรจะใช้สินค้าให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวที่ทำมาจากปิโตรเลียมบนผิวหนังรอบๆที่แห้งแล้วก็หยาบกร้านมากมาย เพราะมีคุณภาพในการกักเก็บน้ำไว้ที่ผิวได้นาน
  • ผิวแพ้ง่าย เป็นผิวที่ไวต่อสิ่งรบกวนด้านนอก โดยเฉพาะสารเคมีและสภาพอากาศ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดอาการเคือง มีผื่นแดง ตุ่มนูน รู้สึกคัน หรือแสบผิวได้ง่าย จำเป็นต้องเลือกโลชั่นที่เอาไว้สำหรับบำรุงผิวที่ใช้ส่วนประกอบหลักจากธรรมชาติและก็สุภาพต่อผิว อย่างเช่น ค้างโมมายล์ ว่านหางจระเข้ ฯลฯ รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ครีมที่แต่งสีแต่งกลิ่นหรือมีกรดเป็นองค์ประกอบ
  • ผิวคนชรา อายุที่มากยิ่งขึ้นทำให้คุณภาพสำหรับการปฏิบัติงานของต่อมไขมันใต้ผิวหนังลดน้อยลงจนถึงผิวแห้งแตกเพิ่มมากขึ้น ควรต้องเลือกครีมบำรุงที่มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำมันและปิโตรเลียม เพื่ออาจจะความเนียนนุ่มรวมทั้งชุ่มชื้นแก่ผิว และครีมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระหรือกรดผลไม้เป็นส่วนประกอบ เพื่อชะลอการเกิดริ้วรอย

การใช้ครีมบำรุงอย่างถูกแนวทาง

นอกจากการเลือกใช้ครีมบำรุงให้เหมาะสมกับภาวะผิวแล้ว สาวๆควรที่จะใช้ครีมบำรุงอย่างถูกวิธี เพื่อประสิทธิภาพในการบำรุงและคุ้มครองผิวที่ดีเยี่ยมที่สุด ดังนี้

  • ครีมบำรุงชนิดไม่ต้องล้างออก ให้ทาลงไปบนผิวเบาๆในทิศทางเดียวกับขน เพื่อคุ้มครองปกป้องเนื้อครีมตันรูขุมขน และสามารถทาซ้ำได้เมื่อมีความคิดว่าผิวขาดความชุ่มชื้น
  • ครีมบำรุงประเภทล้างออก ให้ใช้ครีมราว 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำอุ่น แล้วก็ลูบไล้ให้ทั่วผิว โดยไม่สมควรใช้ครีมขณะผิวเปียก แล้วต่อจากนั้นก็เลยล้างออกโดยการใช้นำที่สะอาดแล้วก็ขัดเบาๆจนกระทั่งแห้ง
  • ครีมบำรุงจำพวกผสมในอ่างอาบน้ำ ให้ผสมครีมบำรุงกับน้ำอุ่นแล้วลงไปแช่ลงในอ่างขั้นต่ำ 10 นาที แล้วหลังจากนั้นจึงซับผิวให้แห้ง โดยควรใช้ครีมตามปริมาณที่ฉลากระบุอย่างเคร่งครัด และไม่ควรจะทาครีมจำพวกนี้ลงบนผิวโดยตรง เพราะอาจจะเป็นผลให้สมรรถนะของครีมต่ำลงได้

ผลกระทบของครีมบำรุง

การใช้ครีมบำรุงนั้นออกจะปลอดภัยแม้ใช้อย่างถูกวิธีและก็กระทำตามข้อแนะนำบนฉลากสินค้าเสมอ แต่ว่าในบางครั้งบางทีอาจเป็นผลข้างเคียงบางประการ ตัวอย่างเช่น มีผื่นแดง ปวดแสบปวดร้อนตามผิวหนัง รูขุมขนตันหรือรูขุมขนอักเสบจนกระทั่งอาจจะก่อให้เกิดสิวตามมาได้ ฯลฯ ซึ่งแม้มีลักษณะดังที่กล่าวมาแล้วหลังจากใช้ครีมบำรุง ให้หยุดใช้ครีมทันทีรวมทั้งรีบไปพบแพทย์

ข้อควรปฏิบัติตามสำหรับในการใช้ครีมบำรุง

  • เพื่อความปลอดภัยและลดการเสี่ยงการเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ครีมบำรุง ผู้ใช้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้
  • ไม่ควรใช้ครีมบำรุงในปริมาณมากกว่าที่ฉลากระบุ เพราะว่าอาจทำให้มีการระคายเคืองได้
  • ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของน้ำมันรวมทั้งพาราฟินบางทีอาจติดไฟได้ จะต้องเก็บในภาชนะที่ใส่ครีม รวมทั้งเสื้อผ้าแล้วก็ผ้าที่มีไว้สำหรับปูที่นอนที่เปรอะครีมให้ห่างจากบ่อเกิดไฟหรือจุดที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดประกาย
  • ใช้ช้อนหรือไม้พายตักครีมออกมาจากกระปุกแทนการใช้มือ เพื่อปกป้องสิ่งสกปรกจากมือแปดเปื้อนในเนื้อครีม

เซรั่ม (Serum) เป็นอย่างไร?

เซรั่ม (Serum)หมายถึงสินค้าบำรุงรักษาผิวหนังที่มีโมเลกุลขนาดเล็กมาก รูปแบบของเนื้อเซรั่มจะมีความบางเบากว่าเนื้อสัมผัสของสินค้าประเภทครีม โดยเนื้อของเซรั่มจะสามารถมีความเหลวไปจนถึงครึ่งหนึ่งเหลว ส่วนในเรื่องของสีเนื้อเซรั่มอาจจะมีความใสสะอาด ความมัว หรือมีสี ทั้งนี้ก็จะขึ้นอยู่กับส่วนผสม สารสกัด และการออกเเเบบสูตรของเซรั่มแต่ละชนิด สิ่งที่จำเป็นของผลิตภัณฑ์เซรั่มหมายถึงจะมีความเข้นข้นของสารออกฤทธิ์สำคัญ (Active Ingredients) ที่สูงกว่าผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงรักษาผิวพรรณประเภทอื่นๆจึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสำหรับการฟื้นบำรุงผิวได้อย่างมีคุณภาพสูง สามารถใช้ได้ในปริมาณน้อย เพียงแค่ไม่กี่หยด แต่ว่ายังคงให้ผลลัพธ์ที่ดี แล้วก็เพราะเซรั่มมีโมเลกุลขนาดเล็กก็เลยสามารถซึมซามเข้าสู่ผิวได้อย่างเร็วและลึกล้ำถึงระดับองค์ประกอบผิว ด้วยเหตุนี้เซรั่มก็เลยมอบประโยชน์ที่ได้รับมาจากสารสกัดรวมทั้งส่วนผสมสำหรับการบำรุงต่างๆให้แก่ผิวได้เป็นอย่างดี

เพราะอะไรถึงควรที่จะใช้ เซรั่ม (Serum)?

ก่อนที่เราจะตอบคำถามข้อนี้ว่า เพราะเหตุไรเราถึงควรที่จะใช้เซรั่ม? เราควรจะเปรียบเทียบเซรั่มกับผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงผิวที่พวกเรารู้จักกันอย่างดีเยี่ยม ดังเช่นว่า ครีม กันก่อนดียิ่งกว่า แน่นอนว่าสินค้าอีกทั้ง 2 ชนิดนี้ควรมีความแตกต่างกัน แล้วก็มีความเหมาะสมสำหรับการใช้บำรุงผิวที่ต่างกัน ด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้วพวกเราไปทำความรู้จักครีมกันสักอีกนิดก่อน!

ครีม (Cream) คืออะไร?

ครีมหมายถึงสินค้าบำรุงรักษาผิวพรรณหนังที่มีส่วนประกอบอีกทั้งน้ำมันแล้วก็น้ำ ผ่านกรรมวิธีที่รวมเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นเนื้อครีมที่มีความข้น รวมทั้งให้เนื้อสัมผัสเวลาทาลงบนผิวที่หนักกว่าเซรั่ม ลักษณะของเนื้อครีมก็จะมีหลากหลายสัมผัสซึ่งจะไม่เหมือนกันตามจุดหมายของการใช้งาน ดังเช่น Day Cream สำหรับทาเวลาเช้า ก็จะมีเนื้อสัมผัสที่บางเบากว่า Night Cream สำหรับทาตอนกลางคืน ฯลฯ ในส่วนของเนื้อครีมจะมีสีขุ่นค่อนไปทางขาว แม้กระนั้นแม้กระนั้นส่วนผสม สารสกัด รวมทั้งการออกแบบสูตรครีมแต่ละชนิด ก็จะส่งผลต่อสีของเนื้อครีมที่จะมีความไม่เหมือนกันไป สิ่งจำเป็นของผลิตภัณฑ์ประเภทครีมไม่ว่าจะเป็นครีมจำพวกไหนก็ตาม จะย้ำไปในเรื่องเกี่ยวกับการให้ความชื้นกับผิว เมื่อพวกเราทาครีมจะสามารถมองเห็นได้ว่า ครีมจะผิดดูดซับเข้าไปในผิวหนังในทันที พวกเราจะต้องใช้เวลาเกลี่ยเนื้อครีมซักพักนึง รวมทั้งเนื้อครีมจะทำหน้าที่ฉาบผิวข้างนอกเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ สำหรับส่วนของสารออกฤทธิ์สำคัญในครีมจะมีน้อชูว่าในเซรั่ม

จุดเด่นของเซรั่ม

  • เซรั่มเน้นย้ำการฟื้นบำรุงแก้ไขผิวเฉพาะจุดได้โดยตรง
  • เซรั่มมีสารบำรุงผิวต่อหยดที่เข้มข้นมาก ก็เลยช่วยแก้ไขผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เซรั่มซึมเร็วแล้วก็ลงลึกก็เลยทำให้มีความรู้และมีความเข้าใจสำหรับในการบำรุงผิวจากข้างในสู่ภายนอก
  • เซรั่มมีความน้อยลง ไม่เหนียวเหนอะเหนียวเหนอะ ไม่เน้นการเคลือบผิว ทำให้ได้โอกาสน้อยมากสำหรับการมีการสิว
  • เซรั่มไม่กัดกันแต่ว่าเพิ่มประสิทธิภาพของสินค้าอื่นที่ใช้ร่วมด้วย

จุดเด่นของครีม

  • ครีมมีเนื้อสัมผัสที่เหนียวและก็หนัก ช่วยในเรื่องการให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ดิบได้ดี
  • ครีมปฏิบัติภารกิจเป็นฟิล์มถ่ายรูปหุ้มผิวชั้นนอก ช่วยคุ้มครองการสูญเสียน้ำออกจากผิว
  • ครีมราคาแพงถูกกว่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์จำพวกเซรั่ม
  • ครีมเหมาะกับคนที่มีผิวแห้ง
  • กระบวนการเลือกใช้ระหว่างเซรั่มกับครีมง่ายๆ
  • ครีม เหมาะสมกับผู้ที่อยากเพิ่มหรือแก้ปัญหาความชุ่มชื้นของผิว
  • เซรั่ม เหมาะกับคนที่ต้องการจัดการกับปัญหาผิวเฉพาะจุดให้ได้อย่างถูกจุด

เซรั่มเหมาะกับผู้ใช้จำพวกไหน?

เซรั่มมีหลากหลายประเภทให้เลือกใช้งาน ที่ตอบปัญหาสำหรับเพื่อการเเก้ปัญหาดูแลผิวเฉพาะจุดอย่างเจาะจง เพราะเซรั่มมีส่วนผสมของสารสำคัญที่เข้มข้น พร้อมทั้งมีขนาดโมเลกุลเล็กมากมาย ทำให้ซึมซาบไปสู่ผิวได้อย่างเร็ว ตรงเข้าไปจัดการกับปัญหาผิวได้จากด้านใน

วิธีการใช้เซรั่มให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

  1. ทำความสะอาดผิวให้เป็นระเบียบ เพราะเหตุว่าเซรั่มมีโมเลกุลขนาดเล็ก เพื่อกำเนิดความสามารถสำหรับเพื่อการซับไปสู่ผิวที่ดีเยี่ยมที่สุด เราควรจะทำความสะอาดผิวหน้าให้เรียบร้อย ขจัดสิ่งสกปรกที่ติดค้างอยู่บนผิวหน้า ดังเช่นว่า เครื่องแต่งตัว น้ำมันเหงื่อไคล ที่ปิดบังรูขุมขนด้วยการชำระล้างให้สะอาดหมดจด และก็จะดีขึ้นไปกว่านั้นอีก หากพวกเราสามารถล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำอุ่น ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ดีต่อภาวะผิวหน้า (อย่าลืม! ล้างหน้าแล้วก็เช็ดใบหน้าด้วยความสุภาพอ่อนโยน อย่าถูใบหน้าแรงเกินความจำเป็น ด้วยเหตุว่าจะทำให้มีการระคายเคืองต่อผิวหน้าได้)
  2. ลงเซรั่มขณะผิวกำลังชื้น ผิวที่เปียกชื้นจะช่วยทำให้เซรั่มซึมผ่านผิวได้ง่ายยิ่งกว่าผิวที่แห้งถึง 10 เท่า ดังนั้นพวกเราควรลงเซรั่มหลังจากอาบน้ำหรือหลังการใช้โทนเน่อร์แบบไม่มีแอลกอฮอล์โดยทันที
  3. ใช้เซรั่มเพียง 2-3 หยด ก็เพียงพอบำรุงทั่วอีกทั้งหน้า เซรั่มมีโมเลกุลขนาดเล็กและมีความเข้มข้นสูงมาก ด้วยเหตุดังกล่าวใช้แค่เพียง 2-3 หยดเท่าเมล็ดถั่ว ก็เพียงพอต่อความจำเป็นบำรุงใบหน้า เราเพียงแต่ต้องกระจัดกระจายเนื้อเซรั่มให้ทั่วทั้งหน้า โดยการลงเซรั่มที่ตำแหน่งสำคัญ ได้แก่ หน้าผ้า แก้มทั้งยัง 2 ข้าง รวมทั้งเกลี่ยเซรั่มให้กระจัดกระจายเท่าทั่ว
  4. ใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นข้างหลังลงเซรั่มได้ทันที แม้จำต้องใช้สินค้าบำรุงผิวพรรณหลายประเภท พวกเราควรใช้เซรั่มเป็นขั้นแรก เพราะเซรั่มจะมีความบางเบามากยิ่งกว่าสกินห่วงใยอื่นๆการลงสินค้าอื่นๆที่เนื้อหนักกว่าก่อนเซรั่ม จะก่อให้เซรั่มไม่สามารถที่จะซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดิบได้ดี เหตุเพราะผิวหนังถูกอุดกลั้นฉาบด้วยผลิตภัณฑ์อื่นๆไปเเล้ว เพราะฉะนั้นเพื่อกำเนิดประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม อย่าลืมที่จะลงเซรั่มเป็นชั้นเเรก และก็หลังจากที่ได้มีการใช้เซรั่มผิวของคุณจะยังคงความชุ่มชื้นอยู่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของผิวหนังต่อผลิตภัณฑ์อื่นๆให้ดียิ่งขึ้นได้อีกด้วยมาถึงจุดนี้คุณคงจะเพียงพอรู้ดีว่า ปัญหาผิวหน้าที่คุณพบเจออยู่ขณะนี้เหมาะกับการบำรุงด้วยเซรั่มหรือไม่ รวมทั้งถ้าหาก “ใช่” หวังว่าเนื้อหานี้จะช่วยให้คุณหันมาใช้เซรั่มด้วยความแน่ใจขึ้นนะสนใจผลิตภัณฑ์ของเรา คลิก https://page.line.me/brandsolutions?openQrModal=trueสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก https://brandsolutionsthailand.com/กลับหน้าหลัก https://oembrandsolutions.com/