ตั้งชื่อแบรนด์ครีม  ติดหูแน่แค่ใช้ 6 ทริค ก่อนคิดชื่อแบรนด์

ตั้งชื่อแบรนด์ครีม 6 ทริคก่อนคิดชื่อแบรนด์ ถ้าเกิดคุณกำลังคิดจะสร้างแบรนด์ครีมเป็นของตัวเอง หยุดอ่านเนื้อหานี้ก่อนสัก 2 นาทีแล้วคุณจะบรรลุเป้าหมายในการสร้างแบรนด์ครีมให้เป็นที่รู้จัก เวลาคุณคิดถึงแบรนด์ๆหนึ่ง อย่างแรกที่ปรากฎขึ้นมาในหัวเป็นอย่างไร ใช่แล้ว ชื่อแบรนด์นั่นเอง นี่คือต้นสายปลายเหตุที่ทำไมการตั้ง

ชื่อแบรนด์จึงเป็นหัวใจหลักของการสร้างแบรนด์ครีมให้เป็นที่รู้จัก เพราะเหตุว่าชื่อแบรนด์ที่ติดหูหรือมีความแปลกใหม่ย่อมเรียกความพอใจจากลูกค้าได้ตั้งแต่แรกยินนั่นเอง แต่ถ้าเกิดคุณไม่มั่นใจว่าควรตั้งชื่อแบรนด์เช่นไร บทความนี้พวกเราได้ตระเตรียม 6 ทริคในการตั้งชื่อแบรนด์ให้ติดหู คนใดกันแน่ได้ยินก็รู้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอะไร และก็สามารถช่วยเพิ่มยอดจำหน่ายเจริญอีกด้วย พร้อมแล้วมาดูกันเลย.ชื่อแบรนด์ที่ดีไม่ควรยาวเกินไป 6 ตัวอักษร 3

ในแวดวงการตลาดเป็นที่รู้กันว่าชื่อแบรนด์ที่ดีนั้นจะต้องมีความยาวไม่เกิน 6 ตัวอักษร 3 พยางค์ ดังนี้ เพื่อมีความสั้นกระชับ ลูกค้าจดจำได้ง่าย ติดหูเคยปากคนทั่วไป และก็ที่สำคัญเป็นสามารถสะท้อนตัวตนเกี่ยวกับ

แบรนด์ของคุณออกมาได้อย่างชัดเจน นอกเหนือจากนี้ ชื่อแบรนด์ที่ดีควรจะมีความสอดคล้องกันอีกทั้งภาษาไทยและก็ภาษาอังกฤษ ออกเสียงไม่ยาก โดยยิ่งไปกว่านั้นถ้าเกิดแบรนด์ของคุณมีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนต่างประเทศก็

ไม่สมควรใช้คำศัพท์ที่มีความหมายเฉพาะทางภาษาหรืออ่านอนาถาเกินไปกระนั้น ชื่อแบรนด์ที่ดีก็อาจมีความยาวได้มากกว่า 3 พยางค์หากเป็นคำที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าแล้วก็มั่นใจว่าจะติดหูผู้ฟัง โดยบางทีอาจใช้ชื่อที่มีอยู่แรกเริ่มแล้วอย่าง Amazonแต่ตกแต่งความหมายใหม่เข้าไป จากป่าอเมชอนเป็นป่าที่ผลิตภัณฑ์นานาประเภท เป็นต้น

ตั้งชื่อแบรนด์ครีม Less is More ง่ายแม้กระนั้นติดหู

ตั้งชื่อแบรนด์ครีม แบรนด์ดังระดับนานาชาติจำนวนมากชอบมีวิธีการตั้งชื่อแบรนด์ที่เรียบง่าย

ไม่ซับซ้อน นิดหน่อยก็นำชื่อผู้ก่อตั้งมาใช้เป็นชื่อแบรนด์ อาทิเช่น Coco Chanel, Yves Rocher หรือ Ferrari หรืออีกแนวทางหนึ่งคือการใช้ชื่อที่มีอยู่เดิมทีแล้วมาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ เป็นต้นว่า ใช้ชื่อจากนิทานอย่าง Alibaba ของแจ็ค หม่า หรือ Pegasus ซึ่งเป็นชื่อรุ่นของรองเท้า Nike ฯลฯ นอกจาก การใช้ตัวย่อก็เป็นเลิศในทริคที่หลายแบรนด์ใช้ตั้งชื่อแล้วติดหูคนทั้งโลกอย่าง BBC, KFC หรือ LG ฯลฯ ถึงแม้ว่าการตั้งชื่อแบรนด์จะไม่มีสูตรคงที่ แต่หลักที่ใช้ได้เสมอคือความ

ธรรมดา สั้น แต่ว่าติดหู3.ฉีกแนวแม้กระนั้นแจ่มแจ้ง

ถ้าหากปรารถนาสร้างความโดดเด่นให้กับแบรนด์ของตัวเอง ก็น่าจะเริ่มจากการตั้งชื่อที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตน ซึ่งโด่งดังกล่าวบางครั้งอาจจะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีเหตุมาจากคำนามที่มีความหมายในตนเองก็ได้ เพราะว่าคุณจะเป็นผู้เสียสละความหมายของคำๆนั้นด้วยการเป็นสัญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ของคุณ แต่ ชื่อที่คุณประดิษฐ์ขึ้นนั้นควรมีความสั้น กระชับ และก็ออกเสียงง่าย อาทิเช่น Facebook, Google

หรือ VISA ยิ่งกว่านั้น ชื่อแบรนด์ที่เป็นภาษาไทยยังควรที่จะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วยวิธีการสะกดที่ไม่ยากเกินไปอีกด้วย อย่างเช่น ถ้าพวกเราตั้งชื่อว่าแบรนด์ของพวกเราว่า ‘เทวี’ คำๆนี้มีวิธีการสะกดภาษาอังกฤษมากไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Tevi, Dhevi, Devi หรือ Tewiแม้เป็นเช่นนั้นย่อมทำให้วิธีการทำการตลาดยากขึ้นไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำการตลาดออนไลน์หรือ SEO ทำให้มีคีย์เวิร์ดเยอะขึ้นเรื่อยๆโดยไม่จำเป็น ด้วยเหตุดังกล่าว ชื่อแบรนด์

แปลกแตกต่างได้ แต่ว่าควรจะมีความแน่ชัด สั้น กระชับ4.เล่าเรียนวิธีการตั้งชื่อของแบรนด์ดัง

ถ้าหากคุณไม่ทราบว่าจะตั้งชื่อแบรนด์อย่างไรดี การดูกระบวนการตั้งชื่อของแบรนด์โด่งดังก็เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับการหาชื่อแบรนด์ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ของตน ปกติแล้ว แบรนด์โด่งดังพวกนั้นจะมีแนวทางการตั้งชื่อไม่มากเท่าไรนัก รวมทั้งจำนวนมากก็มิได้ให้ความใส่ใจการชื่อแบรนด์มากมายพอๆกับการผลิตสินค้าประสิทธิภาพเพื่อสร้างชื่อให้แบรนด์มีชื่อเสียงในวงกว้าง แต่ว่าก็สามารถสรุปกรรมวิธีตั้งชื่อไว้ได้ 4 แนวทาง ดังนี้

– ชื่อแบรนด์เกี่ยวข้องกับสินค้า อาทิ Mastercard (บัตรเครดิต)Ebay (ตลาดออนไลน์)

– ชื่อแบรนด์เกี่ยวกับผู้ก่อตั้ง อาทิ Ford, Toyota, Disney, ร้านเจ๊เล้ง

– ชื่อแบรนด์มาจากตัวย่อ อาทิ P&G, H&M, IBM, HP, HBO

– ชื่อแบรนด์สร้างขึ้นจากคำที่มีความหมายใหม่ อาทิ Google, Ikea, Nike, Yahoo, Netflix

– ชื่อแบรนด์ใช้คำนามที่มีอยู่แล้ว แต่ให้นิยามความหมายใหม่ อาทิ Apple, Shell, Amazon, Subway

5.ตั้งชื่อแบบกลาง ๆ สำหรับต่อยอดในอนาคต

ข้อแนะนำอีกประการหนึ่งในการตั้งชื่อแบรนด์ คือ การเผื่อช่องว่างไว้สำหรับการขยับ

ขยายหรือแตกไลน์สินค้าในอนาคต แม้ว่าการตั้งชื่อแบรนด์ให้มีความเฉพาะเจาะจง จะทำให้ลูกค้าทราบในทันทีว่าขายสินค้าอะไร แต่ก็อาจทำให้ลูกค้าติดภาพลักษณ์แบรนด์ว่าขายสินค้าอย่างใดอย่างหนึ่ง แม้ว่าในอนาคตคุณอาจจะอยากเปลี่ยนไปขายสินค้าชนิดอื่นหรือเพิ่มสินค้าที่ไม่เกี่ยวกับแบรนด์เดิมมาขาย เพราะฉะนั้น การตั้งชื่อแบบกลาง ๆ ก็จะช่วยให้คุณสามารถต่อยอดความสำเร็จของแบรนด์ได้ง่ายขึ้น อาทิ Google ก็สามารถแตกไลน์เพิ่มเป็น Google Map, Google

Drive, Google Play เป็นต้น

6.ห้ามใช้ศัพท์เกี่ยวกับประเด็นละเอียดอ่อน

สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก ทั้งในการสร้างแบรนด์หรือการทำการตลาด คือ ไม่ควรนำประเด็นละเอียดอ่อนอย่างการเมือง ศาสนา และความเชื่อมาเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับทัศนคติส่วนบุคคล และอาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี เพราะฉะนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่มีนัยยะทางศาสนา การเมือง ชาติพันธุ์ และประเด็นล่อแหลมมาตั้งชื่อแบรนด์ รวม

ทั้งไม่ควรนำมาทำการตลาดเพื่อโฆษณาสินค้าไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งปวงารสร้างแบรนด์สินค้า ไม่ว่าจะเป็น สร้างแบรนด์ครีม สร้างแบรนด์อาหารเสริม ของเราเป็นที่รู้จักนั้นการทำให้คนจดจำแบรนด์ และนึกถึงแบรนด์นั้น สิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าโลโก้ หรือตราสัญลักษณ์ นั่นก็คือชื่อแบรนด์ เพราะชื่อของแบรนด์ นั้นเปรียบเสมือนชื่อของตัวเรานี่เอง เป็นชื่อ ที่จะเป็นที่ จดจำของ ลูกค้า สำหรับหลักในการการตั้งชื่อแบรนด์, การตั้งชื่อแบรนด์ครีม, การตั้งชื่ออาหาร วันนี้พรีมาแคร์ ในฐานะ

โรงงานรับผลิตครีม โรงงานผลิตครีม โรงงานรับผลิตอาหารเสริม โรงงานผลิตอาหารเสริม ได้สรุปวิธีขั้นต้นมาได้ดังนี้ค่ะ ตั้งชื่อแบรนด์ครีม

1. ยึดกฎสากล 6 ตัวอักษร 3 พยางค์ เพื่อให้ออกเสียงได้ง่าย

เป็นกฏ ในต่างประเทศ ที่ไว้ตั้งชื่อ ภาษาอังกฤษ ซึ่งจะต้องไม่เกิน 6 ตัวอักษร และออกเสียงไม่เกิน 3 พยางค์

มีจุดประสงค์ เพื่อให้ชื่อ กระชับ ออกเสียงง่าย จำง่าย ต้องติดปากคน ทั่วไป เช่นแบรนด์ดังๆ อย่าง Nike Dior

ส่วนชื่อ ที่เป็นภาษาไทย ก็ควรจะคำนึง ถึงความสั้น

กระชับ เช่นกัน ตัวอย่างเช่น Xerox, มาม่า หรือ แฟ้บ ก็สามารถติดปากจนเป็นชื่อเรียกแทนผลิตภัณฑ์ ได้เลย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อมีแบรนด์เกิดขึ้นมากมาย การทำสิ่งที่แตกต่างก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราโดดเด่น ปัจจุบันจึงมีแบรนด์ที่มีชื่อยาวๆออกมาให้ได้เห็นกัน เช่น โชกุบุสสึ โมโนตาการิ

ดังนั้น เราอาจจะไม่ต้องซีเรียสกับจำนวนอักษรและพยางค์มากนัก คำนึงถึงความเหมาะสมดีกว่า

2. เรียบง่ายเข้าไว้

การที่จะทำให้ชื่อของแบรนด์เป็นที่จดจำ เราควรที่จะตั้งชื่อที่

ง่ายๆ เข้าถึงง่าย จดจำได้ง่าย เช่น จะขายครีมผิวขาวเครื่องสำอาง White Shadow ซึ่งจะง่ายกว่า ชื่อแบบ International beauty cream by ABC หรือ การตั้งชื่อแบรนด์ครีมกันแดด ควรตั้งชื่อให้สื่อความหมายถึงครีมกันแดด แสงแดด หรือกระทั่ง KFC ก็เป็นการย่อชื่อจากชื่อเก่า Kentucky Fried Chicken การตั้งชื่อที่สะกดยาก ออกเสียง ยากนั้นสมควร หลีกเลี่ยง

เพราะอย่างไรก็ตาม เราต้องการ ให้ลูกค้าค้นหา หาร้านเราได้ง่าย

ตั้งชื่อแบรนด์ครีม ชื่อดีๆมีมากมาย แต่การจะตั้งชื่อ เราจะต้องดูคู่แข่งด้วย เพื่อโดดเด่นแตกต่าง แถมถ้าชื่อเหมือนเกินไป จะมีภาพ

ลักษณ์เป็นแบรนด์เลียนเช่น ทำน้ำอัดลม ยี่ห้อเป๊บซ่า แม้เราจะเถียงให้ตายว่าคิดใหม่ๆ ไม่ได้เลียนแบบ ยังไงก็ไม่มีคนเชื่อเราแน่นอน หรือการใช้ชื่อที่ คนใช้กัน เยอะแยะทั่วไป หรือชื่อโหล ก็ทำให้เราไม่เด่น เช่น ภาพด้านล่าง ร้านขายครีม มากมาย ร้านที่คุณจำได้ คือร้านไหน

ลูกค้ามากมาย ที่แวะเวียน เข้ามาที่ร้านเรา และยังไม่ได้ ซื้อสินค้า ในทันที เขาจะกลับ ไปพิจารณา หรือกลับไป เก็บเงินก่อน พอเขาพร้อมซื้อ เขาก็จะกลับมา หาสินค้าแบรนด์ ที่เขาจำได้ ซึ่งเมื่อเราแตกต่าง ก็ยิ่งได้เปรียบ

4. เลือกแนวทางการตั้งชื่อ

ซึ่งจะแบ่ง ได้หลายวิธี

วิธีแรก ใช้แนวคิด ตั้งชื่อโดยบรรยายธุรกิจของเรา เช่น Microsoft, Miss Lily, Master card

วิธีที่สอง ชื่อ ที่ไม่เกี่ยวกับเราเลย แต่ปลุกเร้าได้ สื่อความหมายได้ เช่น Big C (C มาจาก customer)หรือ แกะหวานของเราก็เช่นกัน มีความหมายที่ ไม่เกี่ยวกับงานเลย

วิธีที่สาม ชื่อที่ไม่ได้ มีความหมาย อะไรเลย แต่ว่าจำได้ง่าย เช่น Google

วิธีที่สี่ เอาวิธีข้างต้นมา ผสมกัน และอาจจะ เล่นคำลงไป เพื่อให้จำง่าย เช่น salz (อ่านว่าเกลือแต่จงใจสะกดด้วยตัว z)หรือ FCUK (ถ้าสลับ Cกับ U ก็จะเป็นคำล่อแหลม แต่กลับ ทำให้จำง่าย กลายเป็นแบรนด์ที่นิยมของวัยรุ่นไปเลย)

5. สร้างชื่อที่มีลักษณะเป็น Platform เพื่อต่อยอดสินค้าและบริการ

หมายถึง การตั้งชื่อ กลางๆเพื่อ เป็นชื่อแบรนด์หลัก ที่สามารถ เติมชื่อ พ่วงท้าย กลายเป็น แบรนด์ย่อยๆ ของสินค้าใหม่ๆได้ เช่น Sony แตกเป็น Sony music, Sony computer entertainment

มีข้อดีคือ เราจะประหยัด ทั้งงบ ทั้งเวลา เพราะแม้ เราจะมี แบรนด์สินค้า ตัวใหม่ขึ้นมา ยังไง คนก็จดจำแบรนด์ใหญ่ ของเราได้อยู่แล้ว

นอกจากนี้ การตั้งชื่อแบรนด์ นั้นก็มีข้อ ที่ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน

1. อย่าพยายามเลียนแบบ ชื่อแบรนด์คนอื่น แม้จะแค่คล้ายๆ ก็อาจโดนฟ้องกรณีสร้างแบรนด์ ให้เกิดความสับสนว่าร้านใครเป็นร้านใครแน่ แย่กว่านั้น ถ้าลูกค้ารู้ว่า เราคือแบรนด์เลียนแบบ ภาพลักษณ์ ก็ยิ่งลงเหวไปใหญ่

2. อย่าใช้ชื่อสกุลตัวเองมาตั้ง เพราะทำให้จำยาก แต่ก็ไม่แน่ เสมอไป เช่น แม่ประนอม ครัวเจ๊ง้อ เจ๊เล้ง ฯลฯ

3. อย่าตั้งชื่อ โดยใช้คำฮิตๆช่วงนั้น เพราะมันจะมาเร็วแต่ไปเร็ว เมื่อหมดความดัง เช่น ยังจำคลิปเด็กที่ดังข้ามคืน โดยมีวลี “เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่” ได้มั้ย ถ้ามีใครเอาชื่อ อังคณา ไปใช้เป็นชื่อแบรนด์ ตอนนั้นก็คงจะดังเร็ว แต่ปัจจุบัน ไม่มีใครจำได้แล้ว

สนใจผลิตภัณฑ์ของเรา คลิก https://page.line.me/brandsolutions?openQrModal=true

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก https://brandsolutionsthailand.com/

กลับหน้าหลัก https://oembrandsolutions.com/