การขยายตลาด

การขยายตลาด

การขยายตลาด

การขยายตลาด การขยายตลาดเพื่อเพิ่มอีกยอดขาย
สำหรับเจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการต่างก็มุ่งมาดว่า “ยอดขายของกิจการจะเพิ่มเติมมากขึ้นทุกๆ ปี” ซึ่งในความเป็นจริงก็สามารถทำได้โดยการขยายตลาดหรือหาคนซื้อไม่เหมือนเดิม เพิ่มอีกเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเกิดในกรณีของตลาดที่อิ่มตัวแล้วการเพิ่มเติมยอดขายก็ดูจะเป็นการยากมิใช่นิดหน่อยเลยทีเดียวแล้วอย่างนี้

“เจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบธุรกิจจะมีกระบวนการขยายตลาดเพื่อจะเพิ่มอีกยอดขายของกิจการได้ยังไง?”

ก่อนที่จะจะคิดเพิ่มยอดขายในแต่ละปีให้มีราคาที่เพิ่มขึ้น เจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการควรที่จะหาแนวทางในการขยายตลาดในตอนนี้ให้ได้เพิ่มขึ้นเสียก่อน ผลิตทรีทเม้นท์ผม  เนื่องจากว่าว่าถ้าตลาดใหญ่ขึ้นแล้วมูลค่าและราคายอดขายก็จะสูงมากขึ้นตามไปด้วย ทดลองคิดชมว่าประเทศไทยมีประชาชนโดยประมาณ 60 ล้านคน ขอแค่ 5% หรือราวๆ 3 ล้านคน ชำระเงินซื้อผลิตภัณฑ์ของท่านเพียงคนละ 10 บาทต่อเดือน บริษัทท่านก็จะมียอดขายต่อเดือนถึง 30 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งเป็นวิธีเปรียบไม่ยาก ให้เห็นได้ชัดภาพความเกี่ยวเนื่องช่วงขนาดตลาดกับค่าแรงงานของกิจการกลยุทธ์ขยายตลาด สร้างธุรกิจเติบโต - MoneyHub

สำหรับเพื่อการขยายตลาดหรือเพิ่มเติมอีกยอดขายนั้น จำเป็นที่จะต้องพิจารณาก่อนว่าตลาดที่เพิ่มเติมขึ้นนั้น จะมาจากผู้บริโภคหมู่ไหน โดยไตร่ตรองจากผู้ใช้ 3 กลุ่ม เพราะเหตุนี้

1. การขยายตลาดจากลูกค้าเดิม ข้อความสำคัญคือ “ท่านจงรักษาผู้บริโภคเก่าของท่านไว้ให้ช้านานที่สุด” เนื่องจากลูกค้าเก่านี้เองที่จะซื้อสินค้าของท่านอยู่เป็นประจำ มิหนำซ้ำ ถ้าสามารถนำมาซึ่งการทำให้ผู้บริโภคเดิมหรือลูกค้าประจำมาซื้อผลิตภัณฑ์ของเราเพิ่มมากขึ้น เพียงเท่านี้ยอดขายของกิจการก็เพิ่มมากขึ้นแล้ว  การขยายตลาด ซึ่งสามารถทำเป็นแล้วได้โดย “การกระตุ้นให้เพิ่มเติมความถี่สำหรับการซื้อหรือใช้สินค้า” เช่น โอวัลติน ที่เคยจัดแคมเปญ “Drink twice…Grow twice” ที่สร้างพฤติกรรมใหม่เพื่อกลุ่มเด็กจากเดิมที่ดื่มวันละ 1 ครั้งในเวลาเช้า มาเป็นการดื่มวันละ 2 ครั้ง คือ เช้าและก่อนนอน หรือธุรกิจยาสีฟันที่เพียรพยายามประชาสัมพันธ์ให้แปรงฟันบ่อยๆ ทุกครั้งข้างหลังอาหารแทนการแปรงวันละ 2 ครั้งในตอนเช้าและก่อนนอน ซึ่งหากคนซื้อแปรงฟันเสริมเติม ครั้งเดียวช่วงตอนกลางวันแค่นี้ยอดขายก็เพิ่มเติมอีกมากยิ่งขึ้นแล้ว

2. การขยายตลาดจากผู้ใช้ใหม่ ที่มิได้เคยเป็นผู้ซื้อของกิจการมั๊ยเคยซื้อผลิตภัณฑ์มาก่อนเลย ยกตัวอย่างเช่น การขยายสาขาของห้างสรรพสินค้า หรือดิสเคานต์สโตร์ จากกรุงเทพฯ เข้าสู่ต่างจังหวัด ก็เป็นการรุกเพื่อจะขยายตลาดในต่างจังหวัด สำหรับธุรกิจที่เริ่มต้นจากวิธีขายผลิตภัณฑ์ด้านในประเทศก็เกิดการส่งออกสินค้าไปขายใน เมืองนอก ทำให้ฐานผู้ใช้เพิ่มอีกมากขึ้นรวมทั้งรายได้ที่เพิ่มขึ้นด้วย

3. การขยายตลาดจากผู้ซื้อคู่ปรปักษ์ เป็นการแย่งชิงลูกค้าของคู่ต่อสู้ให้มาเป็นผู้ซื้อของพวกเรานั่นเอง โดยมากและรวมทั้งจะใช้การส่งเสริมการขายโดยเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าของคู่แข่ง ซึ่งกิจกรรมจูงใจให้ซื้อผลักดันการขายนี้อาจจะจะมีหลากหลายต้นแบบ ดังเช่นว่า การนำแอร์เก่าแบรนด์ใดก็ได้เช่นกันมาแลกเปลี่ยนซื้อแอร์ใหม่ การขยายตลาด หรือการนำบรรจุภัณฑ์ของแบรนด์อื่นมาแลกเปลี่ยนซื้อผลิตภัณฑ์จะได้รับส่วนลดพิเศษ

แม้กระนั้น ในตอนเศรษฐกิจล่มจม หยิบเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเพื่อการห่วยงชิงฐานผู้ซื้อมาจากคู่แข่งขัน เพราะผู้บริโภคในเดี๋ยวนี้ได้รับผลพวงจากเหตุต่างๆ นำมาซึ่งการทำให้เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงทัศนคติและความประพฤติปฏิบัติสำหรับการบริโภค โดยพิจารณาถึงความคุ้มค่าที่ได้รับเมื่อเทียบกับมูลค่าเงินที่จ่ายไป ซึ่งถ้ากิจการสามารถใช้โอกาสในตอนนี้ชักพาจิตใจให้ลูกค้าเปลี่ยนใจมา ซื้อสินค้าของพวกเราได้ก็จะทำให้มีการเกิดการเติบโตของฐานคนซื้อในระยะยาวได้

4 เทคนิค “เพิ่มเติมยอดขาย”ขยายตลาด ด้วยการรักษาฐานคนซื้อเก่า

ในภาวะที่ทุกท่านต่างหันมารัดเข็มขัดระมัดระวังในเรื่องการใช้จ่าย ผู้ซื้อคัดสรรค์ใช้เลือกเฟ้นซื้อมากขึ้นส่งผลต่อยอดขายสินค้าของธุรกิจ ซึ่งหากเศรษฐกิจยังไม่หมุนกลับมาดีได้เหมือนดังเดิม เจ้าของธุรกิจคงจะต้องเพิ่มอีกอุบายแบบที่ไม่เหมือนเดิม เข้าพยุงยอดขายและผลกำไรให้ไม่ตรงลงไปจนจึงควรปิดกิจการ ขอนำเสนอวิธีการต่อยอดจาก ”ลูกค้าเก่า” ที่ยิ่งไปกว่านั้นจะช่วยคุณเพิ่มอีกยอดขายแล้ว ยังสามารถเพิ่มลูกค้าใหม่จากลูกค้าเก่าได้ด้วย

1) การจับแพ็คคู่ผลิตภัณฑ์
คุณทดลองตรวจดูสินค้าที่คุณมีอยู่ในร้านว่าผลิตภัณฑ์รายการไหนบ้างสามารถเอามาจับคู่กันได้ หรือดูรายการผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้ามักซื้อพร้อมกัน ซึ่งเป็นจังหวะที่คุณจะเพิ่มยอดขายจากผู้ใช้เก่าของคุณได้เป็นอย่างดี ได้แก่ คู่มื้อเช้า 99.- บาท กาแฟ กับ แซนด์วิช เป็นต้น

2) สินค้าใหม่จึงควรได้ทดลองก่อน
การจะลองตลาดหากหมู่เป้าหมายของคุณยอดเยี่ยมในคนซื้อเก่า เขาจะต้องเป็นคนแรกที่ได้ทดทดลองหรือได้ใช้ เพราะเขาจะเป็นผู้ให้ข้อมูลในสถานภาพคนที่เคยใช้สินค้าของคุณได้ยอดเยี่ยม และที่สำคัญถ้าผลิตภัณฑ์เป็นที่จับอกจับใจคุณก็จะมีจังหวะได้ขายสินค้าใหม่จากคนซื้อเก่าของคุณด้วย

3) ใช้ผู้ใช้เก่า ชี้เป้าคนซื้อใหม่
ผู้บริโภคเก่านำเสนอผู้ซื้อใหม่หรือ Member Get Member เป็นเยี่ยมเคล็ดวิธีที่ถูกเอามาใช้หลายครั้ง เนื่องจากไม่ต้องลงทุนมากและไม่จึงควรติดต่อและทำการสื่อสารให้ยุ่งยาก เพราะผู้ใช้เก่าของคุณเขาจะเป็นกระบอกเสียงที่ดีสำหรับเพื่อการนำเสนอผู้ใช้ เขาสามารถให้ข้อมูลในฐานะผู้มีการทำงานที่ผ่านมากับสินค้าของคุณได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปฏิเสธมิได้ว่าการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคจำนวนมากก็มาจากคนรอบข้างนั่นเอง การจะให้คนรอบข้างชวนซื้อสินค้าก็ดูจะเกิดเรื่องที่น่ารับฟังมากกว่าการรับข้อมูลจากผู้คนที่เป็นเจ้าของยี่ห้อโดยดิ่ง

4) อัฟเดตโปรเด็ดและข้อมูลข่าวสารสารเป็นประจำ
ในฐานะที่เขาเป็นผู้บริโภคเก่าการอัฟเดตการจูงใจให้เกิดการใช้จ่ายและข่าวสารก่อนใครเป็นเรื่องจำเป็นมาก เพราะเหตุว่านอกจากจะบ่งชี้ถึงความเป็นคนที่แตกต่างจากคนธรรมดาและรวมทั้งเป็นหนทางหนึ่งที่จะเสริมเติมยอดขายให้ท่านได้อีกด้วยด้วยเช่นกัน โดยยิ่งไปกว่านั้นการนำเสนอในเวอร์ชั่น Personalized Marketing ซึ่งเป็นการโชว์ให้เห็นขายสินค้าและบริการเสนอดิ่งกับความต้องการในใจของผู้บริโภคแต่ละรายให้ได้สูงที่สุดโดยเป็นการติดต่อสื่อสารเวอร์ชั่นเจาะจง เฉพาะเจาะจงไปที่ผู้ซื้อแต่ละคนโดยต้องอาศัยข้อมูลที่มีเพื่อจะให้รู้เรื่องการกระทำของคนซื้อในแต่ละราย

อุบายสำหรับเพื่อการขยายกิจการ

เมื่อพวกเราทำธุรกิจมาถึงจุดหนึ่ง ย่อมมาถึงจุดที่ควรต้องกลั่นกรองขยายกิจการให้โตขึ้นขึ้น เนื่องจากว่าในโลกของแนวทางการทำธุรกิจ การที่พวกเราไม่โตขึ้นนั้นหมายถึงว่าขนาดธุรกิจของเรานั้นจะเล็กลงอัตโนมัติเพราะว่าผลกระทบจากการประลองและเราถูกจำแนกยอดขายไปนั่นเอง

กลอุบายสำหรับในการขยายกิจการนั้นมีอยู่มากมายหนทาง การจะเฟ้นให้สมควรนั้น ขึ้นอยู่กับเหตุความพร้อมของเรา และจังหวะทางธุรกิจที่กำลังเข้ามาด้วย โดยกลยุทธ์หลักสำหรับการขยายธุรกิจที่พวกเราพบเจอกันทั่วไป

การขายผลิตภัณฑ์เดิม ให้คนซื้อเดิม (Market Penetration) วิธีนี้ คือการเพียรพยายามให้ผู้บริโภคที่เคยซื้อ ซื้อเพิ่มเติมอีกเพิ่มขึ้น มักจะใช้การโน้มน้าวใจโดยมอบส่วนลดหรือสิทธิพิเศษอย่างอื่นเสริมเติม กลยุทธ์นี้จะใช้ได้ดีเพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้นเพราะเมื่อผู้บริโภคซื้อของได้จนสุดกำลังหรือไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อเพิ่มเติมอีกแล้ว แล้วแรงกระตุ้นหรือผลประโยชน์ต่างก็ไร้คำจำกัดความอีกต่อไป

การขายผลิตภัณฑ์เดิม ไปสู่ตลาดใหม่ (Market Expansion) คือการนำผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่ขยายเข้าสู่ผู้บริโภครายใหม่หรือกลุ่มวัตถุประสงค์หมู่ใหม่ วิธีการแบบนี้เหมาะสำหรับการขยายธุรกิจที่ไม่จำเป็นจะต้องใช้เงินทุนมากและบุคลากรสามารถทำแล้วได้ในทันทีเนื่องมาจากมีความชำนิชำนาญในผลิตภัณฑ์เดิมอยู่แล้ว แม้จะมีความยากกว่าเคล็ดวิธีแรกเล็กน้อยแต่ก็ให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่า

แนวทางการขายสินค้าใหม่ ไปสู่ตลาดเดิม (Market Development) คือวิธีขายสินค้าใหม่ไปสู่หมู่ผู้ซื้อหรือตลาดเดิม แนวทางนี้จะเจอบ่อยครั้งในสินค้าที่เกี่ยวพันกับเทคโนโลยีเพราะเหตุว่าผลิตภัณฑ์มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเสมอ ธุรกิจต้องมีให้ได้จึงควรทำเมื่อผลิตภัณฑ์เดี๋ยวนี้นั้นเริ่มหมดความชื่นชอบและมีผลิตภัณฑ์อื่นที่เป็นต่อกว่ามาตอบแทนได้ ตามปกติผลิตภัณฑ์ใหม่จะมีมูลค่าและราคาที่สูงกว่าเดิมอยู่แล้ว การที่ธุรกิจสามารถขายสินค้าใหม่ได้ก็เลยเป็นการรักษาฐานผู้ใช้และขยายธุรกิจไปในเวลาเดียวกัน

การขายผลิตภัณฑ์ใหม่ เข้าสู่ตลาดใหม่ (Market Diversification) แนวทางของการขยายกิจการคือวิธีขายสินค้าใหม่ให้กับหมู่ผู้ซื้อใหม่ วิธีแบบนี้ถือว่าค่อนข้างเสี่ยงแต่ก็จ้ำป็นในเรื่องที่ธุรกิจเดิมมาถึงทางตันและการแข่งขันสูงเกินกว่าจะจัดการไหว การพาตัวเราเองออกไปสู่ตลาดใหม่จึงชมจะเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมกว่า การคัดสรรค์แนวทางลักษณะนี้จำเป็นควรต้องเกิดการคิดแผนและตระเตรียมพร้อมที่ดี แต่ผลที่ได้รับจะคุ้มค่ากว่าเคล็ดลับอื่นๆมาก

การสร้างเครือข่ายธุรกิจ (Starting A Business Chain) อีกหนึ่งวิธีของการขยายกิจการ แต่ช่วยลดเรื่องที่อาจจะอันตรายได้มากยิ่งกว่าคือการสร้างเครือข่ายธุรกิจ ดังเช่นว่าการปรับธุรกิจเป็นระบบแฟรนไชส์ หรือวางระบบตัวแทนจำหน่ายประจำพื้นที่ สิ่งที่ดีคือเหมือนธุรกิจได้สาขาเสริมเติมแต่ไม่ค้องลงทุนเองทั้งปวง รายรับที่เพิ่มเติมขึ้นจะมาจากค่าจัดการจัดการและส่วนแยกประเภทกำไร แต่ก็คุ้มและมีเรื่องที่อาจจะอันตรายต่ำลงมากยิ่งกว่าลงทุนเองทั้งหมดทั้งมวล

การเข้าควบรวมหรือซื้อกิจการคู่ต่อสู้ (Merging and Acquisition) เคล็ดลับท้ายสุดสำหรับเพื่อการขยายกิจการคือการควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการของคู่แข่งขันรายอื่น โดยเป้าหมายหลักคือการเข้าควบรวมกับคู่ปรับที่มีขนาดธุรกิจรองจากเราลงไป วิธีแบบนี้จะใช้เงินที่มีในช่วงเริ่มต้นสูงแต่ผลตอบแทนจะได้คุ้มค่ากว่าในระยะยาวเพราะว่าไร้คู่ต่อสู้แล้ว ธุรกิจจึงเป็นผู้เฉพาะเจาะจงมูลค่าตลาดได้เอง

จากเคล็ดวิธีทั้งสิ้นที่บอกมา ไม่สามารถฟันธงได้วาเทคนิคไหนดีที่สุด เพราะขึ้นอยู่กับความพร้อมของธุรกิจและต้นสายปลายเหตุอื่นๆอีกหลากหลายประการตัวอย่างเช่น สภาพการประลองของตลาดโดยรวม ความกล้าแกร่งของธุรกิจคู่ปรปักษ์หรือความชื่นชอบของผู้ใช้ที่มีให้กับผลิตภัณฑ์ของเรา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ธุรกิจควรต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตกลงใจ

สร้างยอดขาย ขยายตลาด อย่างมียุทธวิธี เขาทำกันเช่นไรนะ?

วัตถุประสงค์สำคัญอย่างหนึ่งของนักการตลาด อาจจะหนีไม่พ้นเรื่องสร้างยอดขายให้เพิ่มเติมขึ้น หรือการขยายตลาดให้กว้างขวางขึ้น แต่จุดหมายนี้ก็ไม่ได้มาได้ๆง่ายอย่างที่ฝันนะคะ จากจังหวะที่ได้ประสบนักการตลาดในมากมายวงการ บ่อยครั้งที่นักประพันธ์เหน้าจอว่าเมื่อนักการตลาดปรารถนาที่จะได้ยอดขายเพิ่มเติม บางคนคงจะจะบากบั่นทุ่มเทเรื่องการตลาด การขาย การโปรโมทให้เพิ่มมากขึ้น หรือ เพียรพยายามพัฒนาสินค้าใหม่ๆไปเลย แต่ทั้งสิ้นนี้คือการทุ่มเทแบบไม่มีทิศทางและคาดหมายว่ามันน่าจะได้ผลสำเร็จ ทั้งๆที่ยังไม่ทราบเลยว่าพวกเราจะเพิ่มเติมอีกยอดขายได้ยังไง? เอาคนซื้อมาจากตรงไหน? และเพราะเหตุไรเขาจึงควรมาซื้อเรา ?

ในสภาวะปัจจุบันนั้น ธุรกิจส่วนใหญ่เกิดการแข่งขันสูงในช่วงเวลาที่ทรัพยากรของเรา (คน ณ เวลา เงิน) มีจำกัด โดยเหตุนี้หากเราขาดแผนการที่กระจ่างแจ้งและแข็งแรงพอ พวกเราอาจจะจะพบกับความสำเร็จเรื่องยอดขาย ขยายตลาดที่เพิ่มเติมขึ้นได้ยาก และบ่อยครั้งการทุ่มเทความเพียรพยายามแบบไร้แนวทาง ก็ส่งผลเสียต่อธุรกิจด้วย ไม่ไม่เหมือนกับการอุตสาหะออกวิ่งโดยยังไม่ทราบว่าจะไปไหน จะวิ่งเช่นไร? และจะถึงเส้นชัยเมื่อไร? โดยเหตุนี้นักตลาด

จะต้องมีแผนการอย่างดี แล้วคุณจะมีชัยไปกว่าครึ่ง!

วันนี้พวกเรามาดูกันว่าพวกเราสามารถเพิ่มเติมอีกยอดขาย ขยายตลาดอย่างมีวิธีการได้แบบไหนบ้าง
อย่างแรกคือพวกเราจำเป็นที่จะต้องคิดก่อนว่า“หมู่จุดมุ่งหมาย” ที่พวกเราอยากจะได้เพื่อจะสร้างยอดขายให้เพิ่มมากขึ้นคือหมู่ไหน?

1) เพิ่มเติมยอดขายจากกลุ่มจุดมุ่งหมายเดิม คือ “ลูกค้าตอนนี้” (Current Customer)
บ่อยมาก นักการตลาดมักเผลอเพลินมองผู้ใช้ตัวของเราเองในขณะนี้ ที่มีอยู่ภายในมืออยู่แล้ว ซึ่งไ่ม่จำเป็นที่จะต้องเสียงบประมาณเสริมเติม สำหรับการเข้าถึงและการแนะนำแบรนด์ของพวกเราใหม่เพราะว่าเขาเคยชินเราดีอยู่แล้ว เรามาพยายามสำรวจชมว่ามีจังหวะในการสร้าง Demand ที่ต่างไปจากเดิม ในคนซื้อของเรานั้นมีหรือเปล่า? มีวิธีที่ได้รับความนิยมมีอยู่ 3 วิธีคือ

เสริมเติมความถี่ในการซื้อหรือการบริโภค: อันนี้ต้องศึกษาชมว่าธรรมดาผู้ซื้อใช้ผลิตภัณฑ์และบริการพวกเราในจังหวะใดบ้าง แล้วยังมีโอกาสใดที่เราสามารถเข้าไปตอบโจทย์ชีวิตเขาเพิ่มอีกได้บ้างมั๊ย พวกเราจะสร้างความถี่นั้นได้ยังไง เพิ่มอีกจำนวนการซื้อหรือวิธีใช้ต่อครั้ง :อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งกรรมวิธีการที่ธุรกิจค้าปลีกนิยมใช้กันมาก คือสร้างให้เกิดการซื้อต่อครั้งให้สูงที่สุด
สร้างความต้องการที่ต่างไปจากเดิมในหมู่ผู้ใช้เดิม: ขั้นตอนนี้ คุณจำเป็นจะต้องเรียนรู้ก่อนว่าผู้ซื้อเดี๋ยวนี้ของคุณ มีความรู้สึกที่อยากได้อื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าหรือบริการของคุณมั๊ย เนื่องจากอาจเป็นโอกาสสำหรับในการใช้จุดแข็งของคุณให้กำเนิดผลดีด้วยการ สร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการไม่ซ้ำใครที่สนับสนุนกันได้

2) เสริมเติมยอดขายจากการดึง“ผู้ซื้อของคู่แข่ง” มาเป็นของเรา (Competitor’s Customer)
อีกกลุ่มเป้าหมายหนึ่งที่น่าสนใจคือ ผู้บริโภคของคู่แข่งขัน กลุ่มเหล่านี้ข้อดีคือ มีความรู้สึกที่อยากได้ผลิตภัณฑ์และบริการของ Category เราอยู่แล้วแต่ว่ามีเหตุมีผลอะไรบางอย่างที่เขาไม่ซื้อเรา ฉะนั้นจะต้องไปศึกษาในเรื่องต่อไปนี้

-อะไรคือจุดอ่อน จุดแข็งของยี่ห้อพวกเราและของคู่ต่อสู้ขันในมุมของผู้ใช้ที่ใช้แบรนด์นั้นๆ
-ยี่ห้อของคู่ต่อสู้ขัน ที่พวกเราต้องการดึงผู้ใช้เขามาเป็นของเรา ควรจะเป็นยี่ห้อที่อยู่ภายในระเบียบต่อแต่นี้ไป:
– มีข้อเสียสูงที่สุดเมื่อเปรียบกับทุกยี่ห้อ (ชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคเขาพร้อมจะปันใจให้แบรนด์อื่นๆ)
– พวกเรามีจุดแข่งที่สามารถนำไปยั่วยวนใจผู้ใช้เขาได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ทรัพยากรมากนัก
-ยี่ห้อนั้นต้องมีตลาดใหญ่พอควรจะ

3) เสริมเติมยอดขายจาก “กลุ่มผู้ซื้อใหม่ที่ไม่เคยอยู่ใน category นี้มาก่อน” หรือเรียกว่าคุณขยายตลาดใหม่ ไปยัง New Category User นั่นเอง
ขั้นตอนขยายตลาด เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจคือ แบรนด์คุณอาจไม่ควรต้องไปห่วยแตกงผู้ซื้อมาจากคู่แข่งขันก็ได้เหมือนกัน แต่คุณเป็นคนสร้าง Demand แบบที่ไม่เหมือนเดิมเองเลย โดยควรมีการเรียนตลาดหลายๆแง่มุม ได้แก่ ศึกษาความต้องการที่ไม่ได้การโต้ตอบ (Unmet needs) ของกลุ่มจุดมุ่งหมาย การเข้าใจเทรนด์ของตลาด การมองเห็นจังหวะใหม่ๆ ที่ยี่ห้ออื่นๆยังมองไม่เห็นได้ชัด

จากทั้ง 3 กลุ่มเป้าหมายที่เล่ามา จะรู้ได้ไงว่ากลุ่มวัตถุประสงค์ใดเหมาะกับการเพิ่มอีกยอดขายสินค้าแบรนด์คุณมากที่สุด?
คุณควรต้องทดสอบพิจารณาว่ากลุ่มใดที่มีความสามารถที่สุด โดยพิจารณาตามกฎต่อไปนี้

-Low Resourceเป็นกลุ่มที่ใช้ทรัพยากรของคุณบางส่วนที่สุดสำหรับในการได้มา เป็นต้นว่า คุณมีจุดแข็งที่สามาถสนองตอบกลุ่มนี้ได้อยู่แล้วหรือคุณไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงหรือลงทุนอะไรมากเพื่อดึงคนกลุ่มนี้มาหาแบรนด์ของคุณ
-High Impactเป็นหมู่ที่คุณสามารถสร้างอิิทธิพลต่อยอดขายได้ไม่ยาก อาทิเช่นหมู่ที่ลงมือทำการตลาดนิดเดียว กลุ่มพวกนี้ก็จะรีบมาหาพวกเราเลย เรียกว่าขโมยมาไม่ยากมาก อาจจะเป็นเนื่องมาจากหมู่เป้าหมายนี้ไม่ค่อยพอใจกับสินค้าและบริการเดิมมากเยอะแค่ไหนนัก หรือ อาจจะจะมีunmet needs หรือ pain points อยู่มากนั่นเอง

สนใจผลิตภัณฑ์ของเรา คลิก https://page.line.me/brandsolutions?openQrModal=true

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก https://brandsolutionsthailand.com/

กลับหน้าหลัก https://oembrandsolutions.com/

 

เราพร้อมให้บริการลูกค้าทุกท่านตั้งแต่ต้นจนจบครบในที่เดียว!!

ใครที่กำลังมองหาช่องทางทำเงินมหาศาล และเป็นที่นิยม รวมทั้งตรงกับความต้องการของตลาด อย่าพลาด พร้อมช่วยคุณคว้าเงินล้าน และเนรมิตกำไรก้อนโตไว้ในบัญชีของคุณ !!!

ฝ่ายขายโรงงาน
(Sales Factory)

ฝ่ายขายและการตลาด
(OEM Sales & Marketing)

กดเพิ่มเพื่อนแชท
เข้ามาสอบถามกันได้ที่

บทความที่น่าสนใจ