เครื่องสําอางมีกี่ประเภท

เครื่องสําอางมีกี่ประเภท

เครื่องสําอางมีกี่ประเภท

เครื่องสําอางมีกี่ประเภท การแยกประเภทเครื่องสำอาง

“เครื่องสำอาง” หมาย ถึง วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ทา ถู นวด โรย พ่น หยอด ใส่ อบหรือทำการด้วยเคล็ดลับอื่นใดต่อส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายเพื่อที่จะความสะอาด ความงาม หรือ สนับสนุนให้สวยสดงดงามและรวมตลอดทั้งเครื่องประทินผิวต่างๆ ด้วย แต่ไม่รวมถึงเครื่องปลำดับขั้นและ เครื่องแต่งตัวซึ่งเป็นวัสดุข้างนอกร่างกาย โดยมีวัตถุประสงค์ใช้เพื่อที่จะความสะอาด ความงาม เครื่องสําอางแบ่งเป็นกี่ประเภท เพื่อสุขอนามัยที่ดี ไม่ส่งผลกระทบโครงสร้างหรือการกระทำหน้าที่ใดๆของร่างกาย

เครื่องสำอางไม่สามารถที่จะบำบัด บรรเทา รักษา คุ้มครองปกป้องโรค หรือก่อให้เกิดผลกระทบโครงสร้าง หรือ การปฏิบัติภารกิจอะไรก็ตาม ของร่างกายมนุษย์

การบริโภคเครื่องสำอาง

1. ผู้ซื้อคัดสรรค์ใช้เองในชีวิตเป็นกิจวัตร ใช้กันทุกเพศ ทุกวัย
2. ผู้บริโภคมักหวังผลแต่ด้านดี ใช้ตามความสนใจ ไม่ค่อยพิจารณาถึงอาการข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ที่อาจกำเนิดขึ้นได้
3. ฉลากและภาชนะบรรจุนิยมจะสวยงาม ดึงดูดความพึงพอใจ
4. จำหน่าย และสนับสนุนวิธีขายได้โดยอิสระ
5. ไม่ต้องขออนุญาตก่อนกระทำการโฆษณา จึงพบมากว่าเกิดการโปรโมทโฆษณาเกินที่แท้

จากการสำรวจความเสี่ยงและประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแล้ว ได้จัดจำแนกเครื่องสำอางออกเป็น 3 ประเภท คือ

1. เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ
เป็นเครื่องสำอางที่มีเรื่องที่อาจจะอันตรายสูงต่อการกำเนิดอันตรายกับผู้บริโภค เพราะพิษภัยหรืออันตรายของเคมีภัณฑ์ที่เป็นส่วนที่นำมาคลุกเคล้า การกำกับดูแลจึงเข้มงวดที่สุด ด้วยการให้จำเป็นจะต้องมาขึ้นทะเบียนตำรับ เมื่อได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับเครื่องสำอางกำกับการพิเศษเรียบร้อยแล้ว จึงจะผลิตหรือนำเข้ามาซื้อขายได้ เครื่องสำอางที่จัดเป็นเครื่องสำอางสั่งการพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น เครื่องสำอางที่มีส่วนที่นำมาคลุกเคล้าของสารควบคุมพิเศษ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ 2535 ได้แก่
o ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2535) เรื่อง เฉพาะเจาะจงเครื่องสำอางสั่งงานพิเศษ
o ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2537 เรื่อง ชี้เฉพาะเครื่องสำอางกำกับการพิเศษ (ฉบับที่ 3)
o ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2538 เรื่อง เฉพาะเจาะจงเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ (ฉบับที่ 4)
o ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 24) พุทธศักราช 2539 เรื่อง เฉพาะเจาะจงเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ (ฉบับที่ 5)
ตัวอย่างเครื่องสำอางกำกับการพิเศษ
o ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก หรือเปล่าขัดฟันที่มีส่วนที่นำมาคลุกเคล้าของฟลูออไรด์
o น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนที่นำมารวมกันของ เซทิลไพริดิเนียมคลอไรด์
o สินค้าดัดผม ยืดผม
o ผลิตภัณฑ์ย้อมผมชนิดถาวร
o สินค้าฟอกสีผม
o ผลิตภัณฑ์แต่งสีผมที่มีส่วนผสมของเลดแอซีเทต หรือซิลเวอร์ไนเตรต
o สินค้ากำจัดขน หรือส่งผลให้ขนร่วง

2. เครื่องสำอางกำกับการ

เป็นเครื่องสำอางหมู่ที่อาจจะส่งผลกระทบ หรือมีเหตุบังเอิญต่อการเกิดอันตรายบ้าง การกำกับดูแลจึงไม่เข้มงวดเท่าเครื่องสำอางสั่งการพิเศษ ผู้ประกอบธุรกิจเพียงมาแจ้งเนื้อหาต่อองค์กรรัฐ ภายในขณะไม่ต่ำกว่า 15 วัน ก่อนผลิตหรือนำเข้ามาค้าขายในราชอาณาจักร การสร้างขอบเขตเครื่องสำอางสั่งการ มี 2 หน้าตา คือ
2.1 เจาะจงจำพวกของเครื่องสำอาง 4 ชนิด เป็นเครื่องสำอางควบคุม อย่างเช่น
o ผ้าอนามัย ทั้งประเภทแผ่น และชนิดสอด (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2536 เรื่อง ผ้าอนามัย)
o ผ้าเย็นหรือกระดาษเย็นในภาขนะจำนวนที่ปิด (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2536 เรื่อง ผ้าเย็น)
o แป้งฝุ่นโรยตัว(ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2536 เรื่อง แป้งฝุ่นโรยตัว)
o แป้งน้ำ (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 13) พุทธศักราช 2536 เรื่อง แป้งน้ำ)
2.2 เฉพาะเจาะจงสารบังคับการ ด้วยเหตุฉะนี้ เครื่องสำอางที่มีส่วนที่นำมารวมกันของสารกำกับการ จะจัดเป็นเครื่องสำอางสั่งงาน ดังเช่น
o สารคุ้มครองป้องกันแสงแดด ปริมาณ 19 ชนิด ที่แสดงตัวตามบัญชีแนบท้าทายยประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2536) เรื่อง สินค้าที่มีสารป้องกันแสงแดด
o สารขจัดรังแค (ซิงก์ไพริไทโอน และไพรอกโทน โอลามีน) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 19) พุทธศักราช 2537 เรื่องกำหนดเครื่องสำอางที่มีสารซิงก์ไพริไทโอน และไพรอกโทน โอลามีน เป็นเครื่องสำอางสั่งการ
o สารกำจัดรังแค (คลิมบาโซล) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2539 เรื่อง สินค้าที่มีสารคลิมบาโซล

3. เครื่องสำอางทั่วไป

ดังเช่นว่าเครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของสารบังคับการพิเศษ หรือสารควบคุม จะ มีหลักเกณฑ์สำหรับเพื่อการผลิตหรือนำเข้าฯ ด้วยเหตุผลดังกล่าว
3.1 เครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศ สามารถผลิตได้โดยไม่จึงควรมาแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพียงแต่จัดการทำฉลากภาษาไทยให้มีเนื้อความอันขาดไม่ได้ ครบถ้วน แจ่มกระจ่าง (ส่วนเนื้อความอื่นๆบนฉลากต้องเป็นความจริง และมีเอกสารหลักฐานพร้อมที่จะทำให้ความจริงนั้นปรากฎได้)
3.2 เครื่องสำอางที่นำเข้ามาจากต่างแดน ควรต้องส่งมอบหลักฐานรวมตัวกันการนำเข้า และจำเป็นต้องจัดการทำฉลากถ้อยคำไทยให้มีเนื้อความอันจำเป็นมาก ครบถ้วน ด้านใน 30 วัน หลังจากได้รับการตรวจสอบปล่อยให้นำเข้ามาในราชอาณาจักร (ส่วนเนื้อความอื่นๆบนฉลากต้องเป็นความจริง และมีเอกสารหลักฐานพร้อมที่จะทำให้ประจักษ์ได้) ตัวอย่างเครื่องสำอางทั่วไป อาทิเช่น
แชมพูสระผมที่ไม่มีสารกำจัดรังแค ครีมนวดผม โลชั่น ครีมบำรุงผิว อายแชโดว์ อายไลเนอร์ ดินสอเขียนคิ้ว บลัชออนแต่งแก้ม ลิปสติก ครีมรองพื้น แป้งทาหน้า สบู่ก้อน สบู่เหลว โฟม น้ำมันทาผิว เครื่องสำอางระงับกลิ่นกาย สีทาเล็บ มูส หรือเยลแต่งผม เป็นต้น

เครื่องสำอางที่เผชิญในท้องตลาดคงจะจะแบ่งออกเป็น 10 ชนิด

1. เครื่องสำอางเพื่อผิวหนัง ได้แก่a. ครีมทาผิวb. สินค้ากำจัดสิวc. สินค้าขจัดสีผิวและขจัดฝ้าd. สินค้าระงับเหงื่อและขจัดกลิ่นตัวe. ผลิตภัณฑ์คุ้มครองแสงแดดf. ผลิตภัณฑ์ปกป้องแมลงกัดต่อย
2. เครื่องสำอางสำหรับผมและขน อาทิเช่นa. แดูพูและครีมนวดผมb. สินค้าตกแต่งผมc. ผลิตภัณฑ์เพื่อโกนหนวดและขจัดขน
3. เครื่องสำอางเพื่อแต่งตาและคิ้ว
4. เครื่องสำอางสำหรับแต่งรูปพรรณa. ผลิตภัณฑ์พอกและลอกหน้าb. สินค้ากลบเกลื่อนc. ผลิตภัณฑ์รองพื้นแต่งหน้าd. แป้งผัดหน้าและแป้งโรยตัว
5. เครื่องสำอางสำหรับแต่งแก้ม
6. เครื่องสำอางเพื่อแต่งปาก
7. เครื่องสำอางสำหรับทำความสะอาดผิวปาก และฟันa. ครีมล้างหน้าและครีมล้างมือb. ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก
8. เครื่องสำอางเพื่อเล็บ
9. เครื่องสำอางเพื่อเด็ก
10. ผลิตภัณฑ์น้ำหอม

สนใจผลิตภัณฑ์ของเรา คลิก https://page.line.me/brandsolutions?openQrModal=true

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก https://brandsolutionsthailand.com/

กลับหน้าหลัก https://oembrandsolutions.com/

เราพร้อมให้บริการลูกค้าทุกท่านตั้งแต่ต้นจนจบครบในที่เดียว!!

ใครที่กำลังมองหาช่องทางทำเงินมหาศาล และเป็นที่นิยม รวมทั้งตรงกับความต้องการของตลาด อย่าพลาด พร้อมช่วยคุณคว้าเงินล้าน และเนรมิตกำไรก้อนโตไว้ในบัญชีของคุณ !!!

ฝ่ายขายโรงงาน
(Sales Factory)

ฝ่ายขายและการตลาด
(OEM Sales & Marketing)

กดเพิ่มเพื่อนแชท
เข้ามาสอบถามกันได้ที่

บทความที่น่าสนใจ